วันอังคารที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2561

ครั้งที่ 8

6 มีนาคม 2561








วันนี้อาจารย์สอนเรื่อง " การอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย "

ความหมายของการอบรมเลี้ยงดูเด็ก : การที่บิดามารดาหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องในการเลี้ยงดูเด็กปฏิบัติต่อเด็กที่ยังไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ให้เจริญเติบโตและมีพัฒนาการทั้งด้านร่างกาย  อารมณ์  จิตใจ สังคมและสติปัญญาซึ่งผู้อบรมต้องอบรมด้วยความรัก ความเข้าใจและปรับวิธีการอบรมเลี้ยงดูเด็กอย่างเหมาะสมให้เข้ากับสภาพการเปลี่ยนแปลงของสังคม เพื่อให้เด็กเติบโตเป็นคนดีสามารถเผชิญกับสภาพการณ์ของสังคมและอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข

ความสำคัญของพ่อแม่ในการอบรมเลี้ยงดู : คุณภาพและประสิทธิภาพของมนุษย์ขึ้นอยู่กับพัฒนาการของแต่ละคนตามวัยต่างๆโดยเฉพาะบุคคลในวัยทำงานนั้นจะมีคุณภาพและประสิทธิภาพเท่าใดก็ขึ้นอยู่กับการเรียนรู้ การฝึกฝนและประสบการณ์ที่ต่อเนื่องกันตั้งแต่แรกเกิดถึงวัยปัจจุบันการเรียนรู้ครั้งแรกของมนุษย์ขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดูของพ่อแม่ โดยถือว่าพ่อแม่ คือครูคนแรกของลูก

ความสำคัญและความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่และลูก : ความรู้สึกที่พ่อแม่มีต่อลูกและความรู้สึกที่ลูกมีต่อพ่อแม่นั่นเอง เด็กแต่ละคนอาจจะมีความรู้สึกต่อพ่อแม่ต่างกัน เช่น ลูกสาวมักจะใกล้ชิดสนิทสนมกับพ่อมากกว่าแม่ หรือลูกชายมักจะใกล้ชิดสนิทสนมกับแม่มากกว่าพ่อเป็นต้น

วิธีการอบรมเลี้ยงดูเด็ก อาจจัดได้ 4 วิธี ดังนี้

1. การอบรมเลี้ยงดูแบบความรักความอบอุ่นแบบประชาธิปไตย

2. การอบรมเลี้ยงดูเด็กแบบคาดหวังเอากับเด็ก

3. การอบรมเลี้ยงดูแบบปล่อยปละละเลย

4. การอบรมเลี้ยงดูแบบรักถนอมมากเกินไป

การดูแลเด็กทารก : นับตั้งแต่คลอดจากครรภ์มารดาไปจนถึง 2 ปี เป็นวัยที่สำคัญที่สุดในการวางรากฐานสำคัญต่างๆของชีวิตในทุกๆด้านเป็นระยะที่มีการเปลี่ยนแปลงมากที่สุด บิดามารดาผู้เลี้ยงดูจึงควรใช้ระยะเวลานี้เพื่อส่งเสริมให้มีคุณภาพยิ่งขึ้น โดยตอบสนองความต้องการจำเป็นต่างๆเพื่อให้ทารกมีพัฒนาการที่ดีทั้งทางกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและสติปัญญา

การอบรมเลี้ยงดูเด็กวัยก่อนเรียน : เด็กวัยตอนต้นมีอายุ 2-5 ปี เด็กวัยก่อนเรียนเป็นช่วงวัยที่สำคัญที่สุดช่วงหนึ่งของชีวิตเพราะเป็นวัยของการวางรากฐานบุคลิกภาพของมนุษย์ระยะนี้เป็นระยะที่เกิดการเรียนรู้มากที่สุดในชีวิตเป็นช่วงพัฒนาการที่สำคัญที่สุดที่จะสร้างบุคลิกภาพให้แก่เด็ก เด็กจะเป็นคนอย่างไรนั้นขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดูในวัยนี้เป็นสำคัญ

การเลียนแบบของเด็กวัยก่อนเรียนแบ่งออกได้เป็น 3 ลักษณะใหญ่ๆคือ

1. การเรียนแบบบทบาททางเพศ

2. การเลียนแบบส่วนตัวที่ไม่ใช่บทบาททางเพศ

3. การเลียนแบบกับการพัฒนาศีลธรรม

ปัญหาของเด็กก่อนวัยเรียน

1. ปัญหาด้านสุขภาพ  สุขภาพจิต  สาเหตุของปัญหาเกี่ยวข้องกับครอบครัวแม่ไม่นิยมเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ พ่อแม่เลี้ยงดูเด็กอย่างทารุณ ขาดคุณธรรมและจริยธรรม

2. ปัญหาด้านโภชนาการ  สาเหตุของปัญหาเกี่ยวข้องกับครอบครัว คือ แม่ขาดความรู้ด้านโภชนาการ นอกจากนี้เกิดจากพ่อแม่ขาดความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับอาหาร

3. ปัญหาด้านสติปัญญาและความสามารถพื้นฐาน สาเหตุของปัญหา คือ พ่อแม่ขาดความรู้ความเข้าใจในการพัฒนาด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคมและสติปัญญาของเด็ก

4. ปัญหาด้านสังคม  วัฒนธรรม และจริยธรรม สาเหตุของปัญหาเกี่ยวข้องกับครอบครัว คือ เด็กเป็นบุตรนอกสมรสและเกิดจากการตั้งครรภ์ที่พ่อแม่ไม่พึงปรารถนา พ่อแม่ขาดการศึกษาและขาดความรับผิดชอบครอบครัวแตกแยก 



วันอังคารที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

ครั้งที่ 7

20 กุมภาพันธ์ 2561




   >> วันนี้อาจารย์ได้ให้แต่ละคนมาอ่านบทความเกี่ยวกับการอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยมาคนละ 1 บทความ โดยที่แต่ละคนเสนอบทความมาไม่ซ้ำกัน วันนี้ได้ออกมาอ่านบทความเรื่อง
 " การพัฒนาสมองของเด็กปฐมวัย "  <<



การพัฒนาสมองของเด็กปฐมวัย :  เป็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในตัวเด็กอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มปฏิสนธิในครรภ์มารดา จนกระทั่งเข้าสู่อายุ 3-6 ปีซึ่งมีลักษณะพิเศษกว่าประสบการณ์ในช่วงวัยอื่นเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงในหลายๆด้านที่เกิดขึ้นอย่างผสมผสานในช่วงเวลาเดียวกันและสามารถสังเกตเห็นลักษณะการเปลี่ยนแปลงช้าเร็วแตกต่างกันแต่ส่วนมากแล้วพฤติกรรมก็มักจะเป็นไปตามแบบแผนและมีรูปแบบและทิศทางเดียวกันหลักพัฒนาการของเด็กปฐมวัยสามารถแบ่งออกเป็นประเด็นต่างๆโดยยึดหลักของพัฒนาการมนุษย์ดังนี้

1.1 องค์ประกอบของพัฒนาการ พัฒนาการของเด็กปฐมวัยเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ขององค์ประกอบสำคัญ 2 อย่าง คือ
- วุฒิภาวะ
- การเรียนรู้
1.2 แบบแผนของพัฒนาการ พัฒนาการของเด็กปฐมวัยทุกคนเปลี่ยนแปลงไปตามแบบแผนเดียวกัน คือ
- แบบแผนพัฒนาของพัฒนาการเด็กปฐมวัยทุกคนมีลำดับขั้นตอนของพัฒนาการเหมือนกันเปลี่ยนแปลงไปตามขั้นตอนอย่างต่อเนื่องและมีทิศทางก้าวหน้าโดยไม่ข้ามขั้นและไม่มีการหยุดนิ่งอยู่กับทีพัฒนาการในขั้นต้นจะเป็นพื้นฐานของพัฒนาการในขั้นต้นจะเป็นพื้นฐานของพัฒนาการในขั้นต่อไปที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น
- การเปลี่ยนแปลงทางด้านปริมาณ เป็นการเปลี่ยนแปลงที่สังเกตได้ชัดเจนสามารถวัดได้โดยเฉพาะการเพิ่มขนาดของรูปร่างและอวัยวะส่วนต่างๆของร่างกายเมื่อเด็กอายุมากขึ้นและได้รับสารอาหารที่เพียงพอตามความต้องการของร่างกายขนาดของร่างกายก็จะขยายใหญ่ขึ้นส่วนสูงและน้ำหนักก็เพิ่มขึ้นรวมทั้งการแสดงออกถึงขีดความสามารถในด้านต่างๆก้เพิ่มขึ้นด้วย
- การเปลี่ยนแปลงทางด้านคุณภาพ เป็นการเปลี่ยนแปลงที่สลับซับซ้อนเกี่ยวข้องกับกลไกในการทำงานภายในร่างกายที่ก่อให้เกิดความสามารถใหม่ๆ
- ความสัมพันธ์ของพัฒนาการแต่ละด้าน พัฒนาการของเด็กเกิดจากการเปลี่ยนแปลงหลายด้านผสมผสานกัน พัฒนาการทุกด้านทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ และจิตใจ สังคม สติปัญญา มีความสำคัญเสมอภาคและเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันหมดการเปลี่ยนแปลงของพัฒนาการด้านหนึ่งย่อมส่งผลให้พัฒนาการด้านอืนเปลี่ยนแปลงไปด้วย ทั้งในทางบวกและทางลบ
- ลักษณะเด่นของพัฒนาการ แต่ละช่วงของการเปลี่ยนแปลงตามขั้นตอนของพัฒนาการลักษณะบางอย่างอาจพัฒนาเร็วกว่าลักษณะอื่นและสังเกตเห็นเด่นชัดได้
- ความคาดหวังพัฒนาการ พัฒนาการมนุษย์เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและมีขั้นตอนและได้ถูกกำหนดไว้อย่างแน่นอนจึงสามารถทำนายคาดหวังความสามารถและพฤติกรรมตามขั้นพัฒนาการในแต่ละช่วงวัยของเด็กอย่างคร่าวๆได้
- ความเสื่อมของพัฒนาการ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา มีทั้งการเปลี่ยนแปลงคุณลักษณะหรือความสามารถใหม่ๆและความเสื่อมหรือการสูญเสียคุณลักษณะหรือความสามารถเดิมบางอย่าง
1.3 ลักษณะของพัฒนาการ พัฒนาการของเด็กปฐมวัยทุกด้านมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกันอย่างแน่นแฟ้นและมีทิศทางการพัฒนาที่แนนอน คือ
- พัฒนาการด้านร่างกาย
- พัฒนาการด้านอารมณ์และจิตใจ
- พัฒนาการด้านสังคม
- พัฒนาการด้านสติปัญญา
1.4 อัตราของพัฒนาการ ขีดความสามารถตามพัฒนาการของเด็กปฐมวัยแต่ละคนจะเร็วหรือช้ากว่าอัตราที่เป็นเกณฑ์ปกติได้และมีความแตกต่างกันคือ
-  ความแตกต่างภายในบุคคล คือ ธรรมชาติได้กำหนดให้พัฒนาการของระบบและส่วนต่างๆของร่างกายในตัวเด็กแต่ละคนมีอัตราการเจริญเติบโตไม่เท่ากันในช่วงอายุหนึ่งๆของบุคคลนั้นเช่นกัน
- ความแตกต่างระหว่างบุคคล คือ แม้ว่าเด็กทุกคนจะมีแบบแผนของพัฒนาการเหมือนกันและพัฒนาไปในทิศทางเดียวกันแต่ความที่จะพัฒนาให้ไปถึงจุดเดียวกันเมื่ออายุเท่ากัน





วันอังคารที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

ครั้งที่ 6

13 กุมภาพันธ์ 2561




วันนี้อาจารย์ได้ให้แต่ละกลุ่มนั้นออกมานำเสนอนักทฤษฎีโดยแต่ละกลุ่มจะได้นักทฤษฎี ดังนี้

1. ซิกมันด์  ฟรอยด์

2. อีริค  อีริคสัน

3. อาร์โนลด์  กีเซล

4. ฌอง เพียเจท์

5. ลอเรนซ์  โคลเบิร์ก

6. เจอโรม  บรุนเนอร์

>> กลุ่มของพวกเราได้ อีริค  อีริคสัน พอทุกกลุ่มได้เสนอเสร็จแล้วอาจารย์ก็ได้สอนเกี่ยว การอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยเพื่อให้สมองทำงานได้ดี <<



การอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยเพื่อให้สมองทำงานได้ดี



1. กินอาหารดี ดื่มน้ำมาก นอนหลับเพียงพอ


2. กระตุ้นประสาทสัมผัสผ่านการลงมือทำ

3. เล่านิทานจัดหาหนังสือที่หลากหลายให้กับลูก

4. เล่นสี และทำงานศิลปะ

5. ทำกิจกรรมดนตรี และการเคลื่อนไหว

6. เล่นกีฬา หรือออกกำลังกาย

7. ทำอาหารด้วยกัน

8. ปลูกผักสวนครัว

9. ใช้ชีวิตกับธรรมชาติ

10. เล่นสมมติ

11. เล่นพัฒนาทักษะการคิด

12. ฝึกลูกทำงานบ้านและรับผิดชอบหน้าที่ของตนเอง

13. เปิดโอกาสให้ลูกได้แก้ปัญหาด้วยตนเอง

14. สอนให้ลูกมีจิตสาธารณะ

15. ให้การสนับสนุนสิ่งที่ลูกสนใจ

16. หลีกเลี่ยงการใช้สื่อ Online/Digital เมื่อมีลูกอยู่ข้างๆ

17. หลีกเลี่ยงการทำโทษลูกด้วยการใช้อารมณ์

18. สร้างบรรยากาศในครอบครัวให้สงบสุข

19. พูดคุยถึงอารมณ์และความรู้สึกกัน

20. กอด หอม ชมเชย







วันอังคารที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

ครั้งที่ 5

6 กุมภาพันธ์  2561




เมื่ออาทิตย์ที่แล้วอาจารย์ได้ให้จับกลุ่มกันทำงานกลุ่มแล้วให้นำมาเสนอในอาจารย์นี้ เพื่อนแต่ละกลุ่มก็กลับไปทำงานกลุ่มของตนเองแล้วนำมาเสนอโดยกลุ่มแต่ละคนจะมีคำตอบที่แต่ต่างกันไปเพื่อให้เห็นความคิดเห็นของแต่ละกลุ่ม



       กลุ่มของพวกเราก็ได้ออกไปเสนองานที่อาจารย์ได้มอบหมายให้จากนั้นพอเราได้เสนอเสร็จแล้วอาจารย์ก็จะพูดเสริมจากที่เราแต่ละกลุ่มนั้นได้เสนอออกมา อาจารย์ได้อธิบายเกี่ยวกับหัวข้อที่ให้พวกเรานั้นได้ไปหาคำตอบแล้วอาจารย์ก็จะเสริมมาทุกครั้ง ทำให้เราได้รู้เกี่ยวกับเด็กปฐมวัยมากขึ้น ว่าเราควรทำยังไงถ้าเด็กแต่ละคนมีการตอบสนองแบบนี้





วันอังคารที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2561

ครั้งที่ 4

30 มกราคม  2561





การเรียนการสอน : วันนี้อาจารย์ได้ให้นักศึกษาทุกคนจับกลุ่มกัน 5 - 6 คน แล้วจากนั้นอาจารย์ก็ได้ให้หัวข้อเรื่องความต้องการของเด็กปฐมวัยแต่ละหััวข้อนั้นจะประกอบไปด้วย

1. ความหมายและความต้องการของเด็กปฐมวัย

2. ครูจะมีวิธีตอบสนองความต้องการอย่างไร

3. พ่อแม่ผู้ปกครอง จะมีวิธีการตอบสนองอย่างไร


กลุ่มของพวกเราช่วยกันคิดคำตอบของแต่ละหัวข้อ โดยที่ได้คำตอบออกในแต่ละหัวข้อ ดังนี้

1.ความหมายและความต้องการของเด็กปฐมวัย

>> ความต้องการพื้นฐานทางกายเพื่อให้ดำรงอยู่

>> ความต้องการความอิสระควบคู่ไปกับความต้องการพื้นฐานทางกาย

>> ความต้องการของผลสัมฤทธิ์ มักจะต้องเกิดผลสัมฤทธิ์ทั้งสิ้น

>>  ความต้องการประสบการณ์ท้าทาย

>> ความต้องการมีเพื่อน

2.ครูจะมีวิธีตอบสนองความต้องการอย่างไร

>> ครูต้องจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวร่างกาย

>> ความต้องการอิสระควบคู่ไปกับพื้นฐานทางกายโดยครูเป็นผู้ตั้งโจทย์สร้างบรรยากาศและส่งเสริมเพื่อกระตุ้นให้เด็กใช้ความคิดและจินตนาการผ่านทักษะทางด้านร่างกายที่เป็นเครื่องมือในการแสดงออก

>> ความต้องการผลสัมฤทธิ์ มักจะต้องการให้ลดผลสัมฤทธิ์ทั้งสิ้น ในการจัดการเรียนการสอนและการทำกิจกรรมต่างๆครูต้องปฏิบัติให้เด็กเห็นภาพแล้วจึงปฏิบัติตามและทำให้เด็กเกิดผลสัมฤทธิ์ในการเรียนการสอนของครู

>> ครูควรจัดกิจกรรมใหม่ๆให้กับเด็ก

3. พ่อแม่ผู้ปกครอง จะมีวิธีการตอบสนองอย่างไร

>> ผู้ปกครองควรจะพาเด็กๆไปทำกิจกรรมนอกบ้าน

>> ผู้ปกครองควรให้อิสระกับเด็ก

>> ผู้ปกครองต้องสนับสนุนกิจกรรมของครูที่ให้เด็กได้ปฏิบัติเพื่อประโยชน์ของตัวเด็กเอง

>> ผู้ปกครองควรพาเด็กๆไปเล่นกิจกรรมที่ใหม่ๆเพื่อให้เด็กได้ลองสิ่งใหม่ที่เด็กไม่รู้











วันอังคารที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2561

ครั้งที่ 3

23 มกราคม  2561



บทที่  2 ทฤษฏีที่เกี่ยวกับพัฒนาการของเด็กปฐมวัย

ทฤษฏีพัฒนาการกับเด็กปฐมวัย

1.ซิกมันด์   ฟรอยด์ ( Sigmond  Freud )



>>>  เป็นนักจิตวิทยาชาวออสเตรเตรียที่มีความเชื่อว่าพัฒนาการบุคลิกภาพของคนขึ้นอยู่กับการตอบสนองความต้องการขั้นพื้นฐานทางด้านสรีระหรือที่เขาเรียกว่าแรงขับโดยสัญญาณ <<<

2. อีริค  อีริคสัน ( Erik  H. Erikson ) 



>>>  เป็นนักจิตวิทยาพัฒนาการที่มีชื่อเสียงและให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากมีแนวคิดว่าวัยเด็กเป็นวัยที่สำคัญและพร้อมเรียนรู้สิ่งแวดล้อมรอบตัว <<<

3. อาร์โนลด์  กีเซล  ( Arnold  Gesell ) 



>>>  เป็นนักจิตวิทยาที่มีความเชื่อในเรื่องของความเจริญเติบโตตามวุฒิภาวะ โดยกล่าวว่า " วุฒิภาวะ " เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติอย่างมีระเบียบ โดยที่ไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งเร้าภายนอก <<<

4. ฌอง  เพียเจท์  ( Jean Piaget ) 



>>>  เป็นนักจิตวิทยาชาวสวิทได้ทำการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับพัฒนาการการเรียนรู้ของเด็กและพัฒนาการทางสติปัญญา  <<<


5. ลอเรนซ์   โคลเบิร์ก  ( Lowrence  Kohlberg )



>>> เป็นนักจิตวิทยาชาวอเมริกันได้ศึกษาค้นคว้าทางด้านพัฒนาการทางจริยธรรม ซึ่งได้รับอิทธิพลความคิดและผลงานมาตากเพียเจท์ <<<

6. เจอโรม  บรุนเนอร์  ( Jerome.S.Bruner ) 



>>>  ได้เสนอทฤษฏีเกี่ยวกับพัฒนาการทางการคิดและการใช้เหตุผล ( Cognitive ) โดยอาศัยความคิดของเพียเจท์เป็นหลัก <<<







วันอังคารที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2561

ครั้งที่ 2

16  มกราคม   2561



บทที่  1  เด็กปฐมวัยและการพัฒนาการ

ความหมายของเด็กปฐมวัย : เด็กที่มีอายุตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6 ปี มีธรรมชาติที่อยากรู้อยากเห็น   ช่างสังเกต  ช่างซักถาม  ชอบค้นคว้าสำรวจ อยู่ไม่นิ่ง ชอบอิสระเป็นตัวของตัวเอง เป็นที่กำลังพัฒนาคุณภาพชีวิตทางร่างกาย  อารมณ์ สังคม และสติปัญญาอย่างเต็มที่

ความหมายของพัฒนาการ : การเปลี่ยนแปลงของมนุษย์ที่เป็นไปอย่างมีลำดับขั้นตอนอย่างต่อเนื่อง เป็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านร่างกาย  อารมณ์  สังคม และสติปัญญาซึงมีความสัมพันธ์ระหว่าง  เวลา  วุฒิภาวะ การเรียนรู้และสิ่งแวดล้อม อันส่งผลให้มนุษย์มีความสามารถและพฤติกรรมที่แตกต่างกันและเป็นไปตามศักยภาพ

ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพัฒนาการของเด็กปฐมวัย

1. อาหาร

2. อากาศที่บริสุทธิ์และแสงแดด

3. เชืิ้้อชาติ

4. เพศ

5. ต่อมต่างๆของร่างกาย

6. สติปัญญา

7. การบาดเจ็บและโรคภัยไข้เจ็บ

8. ตำแหน่งในครอบครัว

พัฒนาการของเด็กปฐมวัยตั้งแต่ปฏิสนธิจนถึง 6 ขวบ

>> การปฏิสนธิ คือ การผสมของอสุจิซึ่งเป็นเซลล์สืบพันธ์ุของพ่อกับเซลล์ของแม่คือไข่รวมเป็นเซลล์เดียวกันเกิดการปฏิสนธิ ( Conception ) เกิดเป็นเซลล์เล็กกว่าไข่ใบเดิมมีขนาด 0.5 มิลลิเมตร ซึ่งเล็กกว่าจุด นั่นคือจุดเริ่มต้นของชีวิต << 

การเจริญเติบโตของทารกในครรภ์แบ่งเป็น 3 ระยะ

1. ระยะไข่ ( Ovum )  ตั้งแต่ปฏิสนธิจนถึง 14 วัน

2. ระยะลูกอ่อน ( Embryo ) ตั้งแต่ 2 สัปดาห์ ถึง 2 เดือน

3. ระยะอ่อน ( Fetus ) ตั้งแต่ 2 เดือนถึง 9 เดือน

ความต้องการของเด็กปฐมวัย

1. ความต้องการด้านร่างกาย

2. ความต้องการด้านอารมณ์

3. ความต้องการของสังคม

4. ความต้องการด้านสติปัญญา



คลิปวิดีโอการปฏิสนธิ





คลิปวิดีโอการคลอด


ครั้งที่ 15

24 เมษายน 2561  วันนี้อาจารย์ให้จับกลุ่มกัน 3 กลุ่ม แล้วคิดเมนูอาหารขึ้นมาโดยประกอบไปด้วย อาหารจานหลักและขนมหวาน กลุ่มข...