วันอังคารที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2561

ครั้งที่ 11

27 มีนาคม 2561

อาจารย์ได้ให้จับกลุ่มไปสัมภาษณ์ครูปฐมวัยโดยใช้คำถามเรื่อง บทบาทหน้าที่ของครูปฐมวัยกับการส่งเสริมพัฒนาการเด็กโดยที่อาจารย์จะกำหนดหัวข้อมาให้ 5 หัวข้อ ดังนี้

1.บทบาทหน้าที่ของครูปฐมวัยที่ต้องทำในแต่ละวันมีอะไรบ้าง

2. ท่านมีหลักในการอบรมเลี้ยงดู การดูแลสุขภาพอนามัย โภชนาการเด็กปฐมวัยของท่านอย่างไร

3. ท่านมีเทคนิควิธีหรือรูปแบบกิจกรรมในการส่งเสริมพัฒนาการของเด็กปฐมวัยทั้ง 4 ด้าน อย่างไร

4. ในการจัดกิจกรรมหรือประสบการณ์ให้กับเด็กปฐมวัย ท่านมีการส่งเสริมหรือปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมใดให้แก่เด็กบ้าง อย่างไร

5. ถ้าท่านมีปัญหาในการอบรมเลี้ยงดูหรือส่งเสริมพัฒนาการของเด็กปฐมวัยบ้างหรือไม่ ถ้ามีปัญหาอะไรบ้างที่เป็นปัญหาและท่านมีแนวทางในการแก้ปัญหาต่างๆนั้นอย่างไร






วันอังคารที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2561

ครั้งที่ 10

20 มีนาคม 2561




วันนี้อาจารย์ได้สอนเรื่อง " แนวทางการจัดสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ "



ความหมายของสิ่งแวดล้อม

สิ่งแวดล้อมอาจแบ่งเป็น 2 ประเภท ดังนี้

1. สิ่งแวดล้อมภายในบุคคล : การทำงานของระบบต่างๆของร่างกาย เช่น ระบบย่อยอาหาร  ระบบขับถ่าย  ระบบต่อมไร้ท่อ เป็นต้น

2. สิ่งแวดล้อมภายนอก :  สิ่งแวดล้อมที่อยู่ภายนอกกายของมนุษย์ เช่น วัตถุสิ่งของ คน พืช สัตว์ กิจกรรมต่างๆ ที่เกิดจากคนและสัตว์ รวมไปถึงสิ่งที่เป็นนามธรรม ได้แก่ ศีลธรรมจรรยา ขนบธรรมเนียมประเพณีในสังคม

ความสำคัญของสิ่งแวดล้อม : เด็กได้รับการฝึกอบรมให้รู้จักบทบาทต่างๆในสังคมทั้งในวัยเด็กและวัยผู้ใหญ่ไปพร้อมๆกันกระบวนการของการอบรมให้คนเป็นสมาชิกของสังคมนั้นจะขึ้นอยู่กับเจตคติ ความคาดหวัง และค่านิยมของสังคมที่คนๆนั้นเกี่ยวข้องด้วยเนื่องจากบทบาทที่แสดงอยู่เปลี่ยนไปก็ส่งผลกระทบต่อคนอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

ปัจจัยของสิ่งแวดล้อมที่มีอิทธิพลต่อพัฒนาการของเด็กปฐมวัยมีดังนี้

1. ประสบการณ์ที่เด็กได้รับจากการตอบสนองความต้องการพื้นฐาน

2. ประสบการณ์ที่ได้จากการสร้างสัมพันธภาพในครอบครัว

3. ประสบการณ์ที่เด็กได้รับจากสัมพันธภาพทางสังคม

4. ประสบการณ์ที่ได้รับความสะเทือนใจมาตั้งแต่วัยเด็ก

สิ่งแวดล้อมมีอิทธิพลต่อการพัฒนาเด็กปฐมวัย ซึ่งจัดเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้

1. สิ่งแวดล้อมที่ส่งเสริมพัฒนาการทางกาย

2. สิ่งแวดล้อมที่ส่งเสริมพัฒนาการทางอารมณ์และสังคม

3. สิ่งแวดล้อมที่ส่งเสริมพัฒนาการทางสติปัญญา

การจัดสิ่งแวดล้อมในสถานศึกษาเด็กปฐมวัย

1. การจัดสิ่งแวดล้อมในห้องเรียน : เป็นการจัดวัสดุ อุปกรณ์ และวิธีการที่มีลักษณะ และคุณสมบัติเหมาะสมสำหรับการกระทำกิจกรรมภายในอาคาร และภายในห้องเรียน

2. การจัดสิ่งแวดล้อมนอกห้องเรียน : ครูผู้จัดจะต้องพิถีพิถันในการพิจารณาวางแผนอย่างดีไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการจัดสิ่งแวดล้อมในห้องเรียน สอดคล้องและเสริมประสบการณ์โดยใช้พื้นที่นอกห้องเรียนเป็น 2 ส่วน คือ 

- สนาม

- สวนในโรงเรียน

การจัดสภาพแวดล้อม

1. สภาพแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกห้องเรียนต้องปลอดภัย สะอาด ดึงดูดใจ และกว้างขวางพอกับสนามเด็กเล่น

2. พื้นที่จัดกิจกรรมต้องกำหนดให้ชัดเจนเด็กต้องมีพื้นที่ที่สามารถทำงานได้ด้วยตนเอง และทำกิจกรรมด้วยกันเป็นกลุ่มเล็กๆหรือกลุ่มใหญ่

3. พื้นที่สำหรับเด็กต้องจัดให้สะดวกสำหรับทำกิจกรรมต่างๆอาจจัดเป็นกลุ่มเล็กหรือรายบุคคล

4. สีที่ใช้ทาห้องเรียนและอาคารควรใช้สีที่กระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ เป็นสีอ่อนเย็น เช่น สีเขียว ( ก้านมะลิ ) สีฟ้า ( เทอร์ควอยช์ )  สีเหลือง ( อ่อน ) เป็นต้น

5. สื่อหรืออุปกรณ์ต้องเหมาะสมกับวัยของเด็กมีปริมาณเพียงพอ มีหลากหลาย และมีความทนทาน

6. จัดหาที่ให้เด็กได้เก็บของใช้ส่วนตัวเป็นสัดส่วนชัดเจน

7. ต้องจัดมุมสงบไว้ทั้งในอาคารและนอกอาคาร

8. สภาพแวดล้อมควรมีส่วนที่อ่อนนุ่มบ้าง เช่น พรม เบาะ สนามหญ้า

9. ใช้วัสดุดูดเสียงเพื่อลดเสียงดังเพราะเสียงที่ดังเกินไปอาจทำให้เด็กเหนื่อยและเครียดได้

10. พื้นที่นอกอาคารควรมีพื้นผิวหลายประเภท

11. ห้องน้ำ ห้องส้วม ควรจัดอย่างเหมาะสมกับตัวเด็กและถูกสุขลักษณะ

12. สภาพของห้องและบริเวณอาคารควรจัดให้ปลอดภัยและถูกสุขลักษณะ

13. เครื่องเล่นสนามต้องมีความปลอดภัย

14. ขยะและน้ำโสโครก มีกำจัดขยะทุกวันหรือเป็นประจำ

15. สถานที่เตรียมและปรุงอาหารทำด้วยวัสดุถาวร แข็งแรง

16. สถานที่รับประทานอาหาร ตัวอาคารไม่อับทึบ ไม่มีหยาบไย่ มีแสงสว่างเพียงพอ พื้นที่ทำด้วยวัสดุแข็ง


วันอังคารที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2561

ครั้งที่ 9

13 มีนาคม 2561




วันอาจารย์ได้ทำการสอบกลางภาค อาจารย์ให้เวลาเตรียมตัวในการสอบ 5 นาที ข้อสอบของอาจารย์เป็นข้อเขียนจำนวน 4 ข้อด้วยกัน และอาจารย์จะเริ่มสอบตอนเวลา 9.30 - 11.30 น.




เพื่อนๆเตรียมตัวทำข้อสอบ พอถึงเวลาแล้วอาจารย์ก็ให้เริ่มทำข้อสอบได้


วันอังคารที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2561

ครั้งที่ 8

6 มีนาคม 2561








วันนี้อาจารย์สอนเรื่อง " การอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย "

ความหมายของการอบรมเลี้ยงดูเด็ก : การที่บิดามารดาหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องในการเลี้ยงดูเด็กปฏิบัติต่อเด็กที่ยังไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ให้เจริญเติบโตและมีพัฒนาการทั้งด้านร่างกาย  อารมณ์  จิตใจ สังคมและสติปัญญาซึ่งผู้อบรมต้องอบรมด้วยความรัก ความเข้าใจและปรับวิธีการอบรมเลี้ยงดูเด็กอย่างเหมาะสมให้เข้ากับสภาพการเปลี่ยนแปลงของสังคม เพื่อให้เด็กเติบโตเป็นคนดีสามารถเผชิญกับสภาพการณ์ของสังคมและอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข

ความสำคัญของพ่อแม่ในการอบรมเลี้ยงดู : คุณภาพและประสิทธิภาพของมนุษย์ขึ้นอยู่กับพัฒนาการของแต่ละคนตามวัยต่างๆโดยเฉพาะบุคคลในวัยทำงานนั้นจะมีคุณภาพและประสิทธิภาพเท่าใดก็ขึ้นอยู่กับการเรียนรู้ การฝึกฝนและประสบการณ์ที่ต่อเนื่องกันตั้งแต่แรกเกิดถึงวัยปัจจุบันการเรียนรู้ครั้งแรกของมนุษย์ขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดูของพ่อแม่ โดยถือว่าพ่อแม่ คือครูคนแรกของลูก

ความสำคัญและความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่และลูก : ความรู้สึกที่พ่อแม่มีต่อลูกและความรู้สึกที่ลูกมีต่อพ่อแม่นั่นเอง เด็กแต่ละคนอาจจะมีความรู้สึกต่อพ่อแม่ต่างกัน เช่น ลูกสาวมักจะใกล้ชิดสนิทสนมกับพ่อมากกว่าแม่ หรือลูกชายมักจะใกล้ชิดสนิทสนมกับแม่มากกว่าพ่อเป็นต้น

วิธีการอบรมเลี้ยงดูเด็ก อาจจัดได้ 4 วิธี ดังนี้

1. การอบรมเลี้ยงดูแบบความรักความอบอุ่นแบบประชาธิปไตย

2. การอบรมเลี้ยงดูเด็กแบบคาดหวังเอากับเด็ก

3. การอบรมเลี้ยงดูแบบปล่อยปละละเลย

4. การอบรมเลี้ยงดูแบบรักถนอมมากเกินไป

การดูแลเด็กทารก : นับตั้งแต่คลอดจากครรภ์มารดาไปจนถึง 2 ปี เป็นวัยที่สำคัญที่สุดในการวางรากฐานสำคัญต่างๆของชีวิตในทุกๆด้านเป็นระยะที่มีการเปลี่ยนแปลงมากที่สุด บิดามารดาผู้เลี้ยงดูจึงควรใช้ระยะเวลานี้เพื่อส่งเสริมให้มีคุณภาพยิ่งขึ้น โดยตอบสนองความต้องการจำเป็นต่างๆเพื่อให้ทารกมีพัฒนาการที่ดีทั้งทางกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและสติปัญญา

การอบรมเลี้ยงดูเด็กวัยก่อนเรียน : เด็กวัยตอนต้นมีอายุ 2-5 ปี เด็กวัยก่อนเรียนเป็นช่วงวัยที่สำคัญที่สุดช่วงหนึ่งของชีวิตเพราะเป็นวัยของการวางรากฐานบุคลิกภาพของมนุษย์ระยะนี้เป็นระยะที่เกิดการเรียนรู้มากที่สุดในชีวิตเป็นช่วงพัฒนาการที่สำคัญที่สุดที่จะสร้างบุคลิกภาพให้แก่เด็ก เด็กจะเป็นคนอย่างไรนั้นขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดูในวัยนี้เป็นสำคัญ

การเลียนแบบของเด็กวัยก่อนเรียนแบ่งออกได้เป็น 3 ลักษณะใหญ่ๆคือ

1. การเรียนแบบบทบาททางเพศ

2. การเลียนแบบส่วนตัวที่ไม่ใช่บทบาททางเพศ

3. การเลียนแบบกับการพัฒนาศีลธรรม

ปัญหาของเด็กก่อนวัยเรียน

1. ปัญหาด้านสุขภาพ  สุขภาพจิต  สาเหตุของปัญหาเกี่ยวข้องกับครอบครัวแม่ไม่นิยมเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ พ่อแม่เลี้ยงดูเด็กอย่างทารุณ ขาดคุณธรรมและจริยธรรม

2. ปัญหาด้านโภชนาการ  สาเหตุของปัญหาเกี่ยวข้องกับครอบครัว คือ แม่ขาดความรู้ด้านโภชนาการ นอกจากนี้เกิดจากพ่อแม่ขาดความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับอาหาร

3. ปัญหาด้านสติปัญญาและความสามารถพื้นฐาน สาเหตุของปัญหา คือ พ่อแม่ขาดความรู้ความเข้าใจในการพัฒนาด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคมและสติปัญญาของเด็ก

4. ปัญหาด้านสังคม  วัฒนธรรม และจริยธรรม สาเหตุของปัญหาเกี่ยวข้องกับครอบครัว คือ เด็กเป็นบุตรนอกสมรสและเกิดจากการตั้งครรภ์ที่พ่อแม่ไม่พึงปรารถนา พ่อแม่ขาดการศึกษาและขาดความรับผิดชอบครอบครัวแตกแยก 



วันอังคารที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

ครั้งที่ 7

20 กุมภาพันธ์ 2561




   >> วันนี้อาจารย์ได้ให้แต่ละคนมาอ่านบทความเกี่ยวกับการอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยมาคนละ 1 บทความ โดยที่แต่ละคนเสนอบทความมาไม่ซ้ำกัน วันนี้ได้ออกมาอ่านบทความเรื่อง
 " การพัฒนาสมองของเด็กปฐมวัย "  <<



การพัฒนาสมองของเด็กปฐมวัย :  เป็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในตัวเด็กอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มปฏิสนธิในครรภ์มารดา จนกระทั่งเข้าสู่อายุ 3-6 ปีซึ่งมีลักษณะพิเศษกว่าประสบการณ์ในช่วงวัยอื่นเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงในหลายๆด้านที่เกิดขึ้นอย่างผสมผสานในช่วงเวลาเดียวกันและสามารถสังเกตเห็นลักษณะการเปลี่ยนแปลงช้าเร็วแตกต่างกันแต่ส่วนมากแล้วพฤติกรรมก็มักจะเป็นไปตามแบบแผนและมีรูปแบบและทิศทางเดียวกันหลักพัฒนาการของเด็กปฐมวัยสามารถแบ่งออกเป็นประเด็นต่างๆโดยยึดหลักของพัฒนาการมนุษย์ดังนี้

1.1 องค์ประกอบของพัฒนาการ พัฒนาการของเด็กปฐมวัยเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ขององค์ประกอบสำคัญ 2 อย่าง คือ
- วุฒิภาวะ
- การเรียนรู้
1.2 แบบแผนของพัฒนาการ พัฒนาการของเด็กปฐมวัยทุกคนเปลี่ยนแปลงไปตามแบบแผนเดียวกัน คือ
- แบบแผนพัฒนาของพัฒนาการเด็กปฐมวัยทุกคนมีลำดับขั้นตอนของพัฒนาการเหมือนกันเปลี่ยนแปลงไปตามขั้นตอนอย่างต่อเนื่องและมีทิศทางก้าวหน้าโดยไม่ข้ามขั้นและไม่มีการหยุดนิ่งอยู่กับทีพัฒนาการในขั้นต้นจะเป็นพื้นฐานของพัฒนาการในขั้นต้นจะเป็นพื้นฐานของพัฒนาการในขั้นต่อไปที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น
- การเปลี่ยนแปลงทางด้านปริมาณ เป็นการเปลี่ยนแปลงที่สังเกตได้ชัดเจนสามารถวัดได้โดยเฉพาะการเพิ่มขนาดของรูปร่างและอวัยวะส่วนต่างๆของร่างกายเมื่อเด็กอายุมากขึ้นและได้รับสารอาหารที่เพียงพอตามความต้องการของร่างกายขนาดของร่างกายก็จะขยายใหญ่ขึ้นส่วนสูงและน้ำหนักก็เพิ่มขึ้นรวมทั้งการแสดงออกถึงขีดความสามารถในด้านต่างๆก้เพิ่มขึ้นด้วย
- การเปลี่ยนแปลงทางด้านคุณภาพ เป็นการเปลี่ยนแปลงที่สลับซับซ้อนเกี่ยวข้องกับกลไกในการทำงานภายในร่างกายที่ก่อให้เกิดความสามารถใหม่ๆ
- ความสัมพันธ์ของพัฒนาการแต่ละด้าน พัฒนาการของเด็กเกิดจากการเปลี่ยนแปลงหลายด้านผสมผสานกัน พัฒนาการทุกด้านทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ และจิตใจ สังคม สติปัญญา มีความสำคัญเสมอภาคและเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันหมดการเปลี่ยนแปลงของพัฒนาการด้านหนึ่งย่อมส่งผลให้พัฒนาการด้านอืนเปลี่ยนแปลงไปด้วย ทั้งในทางบวกและทางลบ
- ลักษณะเด่นของพัฒนาการ แต่ละช่วงของการเปลี่ยนแปลงตามขั้นตอนของพัฒนาการลักษณะบางอย่างอาจพัฒนาเร็วกว่าลักษณะอื่นและสังเกตเห็นเด่นชัดได้
- ความคาดหวังพัฒนาการ พัฒนาการมนุษย์เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและมีขั้นตอนและได้ถูกกำหนดไว้อย่างแน่นอนจึงสามารถทำนายคาดหวังความสามารถและพฤติกรรมตามขั้นพัฒนาการในแต่ละช่วงวัยของเด็กอย่างคร่าวๆได้
- ความเสื่อมของพัฒนาการ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา มีทั้งการเปลี่ยนแปลงคุณลักษณะหรือความสามารถใหม่ๆและความเสื่อมหรือการสูญเสียคุณลักษณะหรือความสามารถเดิมบางอย่าง
1.3 ลักษณะของพัฒนาการ พัฒนาการของเด็กปฐมวัยทุกด้านมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกันอย่างแน่นแฟ้นและมีทิศทางการพัฒนาที่แนนอน คือ
- พัฒนาการด้านร่างกาย
- พัฒนาการด้านอารมณ์และจิตใจ
- พัฒนาการด้านสังคม
- พัฒนาการด้านสติปัญญา
1.4 อัตราของพัฒนาการ ขีดความสามารถตามพัฒนาการของเด็กปฐมวัยแต่ละคนจะเร็วหรือช้ากว่าอัตราที่เป็นเกณฑ์ปกติได้และมีความแตกต่างกันคือ
-  ความแตกต่างภายในบุคคล คือ ธรรมชาติได้กำหนดให้พัฒนาการของระบบและส่วนต่างๆของร่างกายในตัวเด็กแต่ละคนมีอัตราการเจริญเติบโตไม่เท่ากันในช่วงอายุหนึ่งๆของบุคคลนั้นเช่นกัน
- ความแตกต่างระหว่างบุคคล คือ แม้ว่าเด็กทุกคนจะมีแบบแผนของพัฒนาการเหมือนกันและพัฒนาไปในทิศทางเดียวกันแต่ความที่จะพัฒนาให้ไปถึงจุดเดียวกันเมื่ออายุเท่ากัน





วันอังคารที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

ครั้งที่ 6

13 กุมภาพันธ์ 2561




วันนี้อาจารย์ได้ให้แต่ละกลุ่มนั้นออกมานำเสนอนักทฤษฎีโดยแต่ละกลุ่มจะได้นักทฤษฎี ดังนี้

1. ซิกมันด์  ฟรอยด์

2. อีริค  อีริคสัน

3. อาร์โนลด์  กีเซล

4. ฌอง เพียเจท์

5. ลอเรนซ์  โคลเบิร์ก

6. เจอโรม  บรุนเนอร์

>> กลุ่มของพวกเราได้ อีริค  อีริคสัน พอทุกกลุ่มได้เสนอเสร็จแล้วอาจารย์ก็ได้สอนเกี่ยว การอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยเพื่อให้สมองทำงานได้ดี <<



การอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยเพื่อให้สมองทำงานได้ดี



1. กินอาหารดี ดื่มน้ำมาก นอนหลับเพียงพอ


2. กระตุ้นประสาทสัมผัสผ่านการลงมือทำ

3. เล่านิทานจัดหาหนังสือที่หลากหลายให้กับลูก

4. เล่นสี และทำงานศิลปะ

5. ทำกิจกรรมดนตรี และการเคลื่อนไหว

6. เล่นกีฬา หรือออกกำลังกาย

7. ทำอาหารด้วยกัน

8. ปลูกผักสวนครัว

9. ใช้ชีวิตกับธรรมชาติ

10. เล่นสมมติ

11. เล่นพัฒนาทักษะการคิด

12. ฝึกลูกทำงานบ้านและรับผิดชอบหน้าที่ของตนเอง

13. เปิดโอกาสให้ลูกได้แก้ปัญหาด้วยตนเอง

14. สอนให้ลูกมีจิตสาธารณะ

15. ให้การสนับสนุนสิ่งที่ลูกสนใจ

16. หลีกเลี่ยงการใช้สื่อ Online/Digital เมื่อมีลูกอยู่ข้างๆ

17. หลีกเลี่ยงการทำโทษลูกด้วยการใช้อารมณ์

18. สร้างบรรยากาศในครอบครัวให้สงบสุข

19. พูดคุยถึงอารมณ์และความรู้สึกกัน

20. กอด หอม ชมเชย







วันอังคารที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

ครั้งที่ 5

6 กุมภาพันธ์  2561




เมื่ออาทิตย์ที่แล้วอาจารย์ได้ให้จับกลุ่มกันทำงานกลุ่มแล้วให้นำมาเสนอในอาจารย์นี้ เพื่อนแต่ละกลุ่มก็กลับไปทำงานกลุ่มของตนเองแล้วนำมาเสนอโดยกลุ่มแต่ละคนจะมีคำตอบที่แต่ต่างกันไปเพื่อให้เห็นความคิดเห็นของแต่ละกลุ่ม



       กลุ่มของพวกเราก็ได้ออกไปเสนองานที่อาจารย์ได้มอบหมายให้จากนั้นพอเราได้เสนอเสร็จแล้วอาจารย์ก็จะพูดเสริมจากที่เราแต่ละกลุ่มนั้นได้เสนอออกมา อาจารย์ได้อธิบายเกี่ยวกับหัวข้อที่ให้พวกเรานั้นได้ไปหาคำตอบแล้วอาจารย์ก็จะเสริมมาทุกครั้ง ทำให้เราได้รู้เกี่ยวกับเด็กปฐมวัยมากขึ้น ว่าเราควรทำยังไงถ้าเด็กแต่ละคนมีการตอบสนองแบบนี้





ครั้งที่ 15

24 เมษายน 2561  วันนี้อาจารย์ให้จับกลุ่มกัน 3 กลุ่ม แล้วคิดเมนูอาหารขึ้นมาโดยประกอบไปด้วย อาหารจานหลักและขนมหวาน กลุ่มข...